ใบงานที่ 2 ม.3 ระบบชื่อโดเมน


คำชี้แจง สำหรับนักเรียน ม.3
ให้นักเรียนค้นคว้าข้อมูลบนเครือข่ายแล้วจัดทำส่งบนหน้ากระดานนี้ และเขียนลงในสมุดนำส่งที่โต๊ะครู โดยแจ้งชื่อ-สกุล เลขที่ ห้องให้เรียนร้อย อ้างอิงแหล่งที่ค้นคว้า ดังนี้.
1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย

  1. ด.ช.ศุภวิชญ์ เขียวเหลือง ม.3/8 เลขที่ 24

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร

    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ

    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย

    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้าง หุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  2. ด.ช ณัฐวุฒิ นุชเปรม ชั้น ม.3/7เลขที่2

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  3. นาย ณัฐพงษ์ นงค์เยาว์ ม.3/10 เลขที่ 8

    ระบบชื่อเมนเดน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  4. นาย วัชรพงษ์ อ้นชื่อน เลขที่ 24 ชั่น ม. 3/10

    โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย
    ทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแลระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
    โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
    เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร

    โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

    ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
    1. โดเมน 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
    2. โดเมน 3 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ

    โดนเมนเนม 2 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น http://www.b2ccreation.com
    ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

    * .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
    * .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
    * .edu คือ สถาบันการศึกษา
    * .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .mil คือ องค์กรทางทหาร

    โดนเมนเนม 3 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น http://www.kmitnb.ac.th, http://www.nectec.or.th, http://www.google.co.th

    ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ

    * .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .ac คือ สถาบันการศึกษา
    * .go คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
    * .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร

    ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร

    * .th คือ ประเทศไทย
    * .cn คือ ประเทศจีน
    * .uk คือ ประเทศอังกฤษ
    * .jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
    * .au คือ ประเทศออสเตรเลีย

    โดนเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
    กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

    หลังจากจดโดนเมนเนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมานั้นก็คือ โฮสติ้ง (Hosting) หรือ ที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรานั้นเอง ซึ่งโฮสติ้งแต่ละที่จะมี DNS หรือ Name Server ที่ทางผู้ให้บริการโฮสติ้ง จะเป็นคนกำหนดและแจ้งให้เราทราบเพื่อเอาไปใส่ให้โดมเมเนมของเรา
    เช่น DNS ของ B2C Creation จะมีชื่อว่า NS1.B2CCREATION.COM และ NS2.B2CCREATION.COM ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
    เพราะถ้าคุณจด Domain Nameและใช้บริการโฮสติ้งกับผู้ให้บริการคนเดียวกันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ หรือแม้ว่าจะเป็นคนละคนกัน เพียงแค่นำ DNS ที่ได้ ไประบุให้กับโดเมนเนมนั้นตามที่ได้อธิบายไปแล้ว

    ส่วนเรื่องราคาในท้องตลาดบ้านเรามีหลากหลายราคาแล้วแต่จะเลือกจดโดเมน
    ตามความพอใจ

  5. โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย
    ทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแลระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
    โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
    เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร

    โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

    ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
    1. โดเมน 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
    2. โดเมน 3 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ

    โดนเมนเนม 2 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น http://www.b2ccreation.com
    ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

    * .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
    * .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
    * .edu คือ สถาบันการศึกษา
    * .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .mil คือ องค์กรทางทหาร

    โดนเมนเนม 3 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น http://www.kmitnb.ac.th, http://www.nectec.or.th, http://www.google.co.th

    ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ

    * .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .ac คือ สถาบันการศึกษา
    * .go คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
    * .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร

    ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร

    * .th คือ ประเทศไทย
    * .cn คือ ประเทศจีน
    * .uk คือ ประเทศอังกฤษ
    * .jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
    * .au คือ ประเทศออสเตรเลีย

    โดนเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
    กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

    หลังจากจดโดนเมนเนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมานั้นก็คือ โฮสติ้ง (Hosting) หรือ ที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรานั้นเอง ซึ่งโฮสติ้งแต่ละที่จะมี DNS หรือ Name Server ที่ทางผู้ให้บริการโฮสติ้ง จะเป็นคนกำหนดและแจ้งให้เราทราบเพื่อเอาไปใส่ให้โดมเมเนมของเรา
    เช่น DNS ของ B2C Creation จะมีชื่อว่า NS1.B2CCREATION.COM และ NS2.B2CCREATION.COM ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
    เพราะถ้าคุณจด Domain Nameและใช้บริการโฮสติ้งกับผู้ให้บริการคนเดียวกันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ หรือแม้ว่าจะเป็นคนละคนกัน เพียงแค่นำ DNS ที่ได้ ไประบุให้กับโดเมนเนมนั้นตามที่ได้อธิบายไปแล้ว

    ส่วนเรื่องราคาในท้องตลาดบ้านเรามีหลากหลายราคาแล้วแต่จะเลือกจดโดเมน

  6. นาย สุรชัย พวกซื่อ ม.3/8 เลขที่ 28

    ระบบชื่อเมนเดน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

    ^^

  7. ด.ช.กิตติพันธ์ เรืองคำ เลขที่2 ชั้น3/8
    ระบบชื่อเมนเดน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  8. ด.ช.ยุรกานต์ เกิดศรี ม.3/7 เลขที่6

    ระบบชื่อเมนเดน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  9. ด.ช.ภานุวัฒน์ แป้นจันทร์ ม.3/7 เลขที่ 18

    ระบบชื่อโดเมน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    … .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  10. ด.ช.ยุทธชัย สายวัน

    ชื่อโดเมน หรือ โดเมนเนม (อังกฤษ: domain name) หมายถึง ชื่อที่ใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์ (เช่น เป็นส่วนหนึ่งของที่อยู่เว็บไซต์ หรืออีเมลแอดเดรส) เพื่อไปค้นหาในระบบ โดเมนเนมซีสเทม เพื่อระบุถึง ไอพีแอดเดรส ของชื่อนั้นๆ เป็นชื่อที่ผู้จดทะเบียนระบุให้กับผู้ใช้เพื่อเข้ามายังเว็บไซต์ของตน บางครั้งเราอาจจะใช้ “ที่อยู่เว็บไซต์” แทนก็ได้

    โดเมนเนม หรือ ชื่อโดเมน เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ เนื่องจากไอพีแอดเดรสนั้นจดจำได้ยากกว่า และเมื่อการเปลี่ยนแปลงไอพีแอดเดรส ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสใหม่ ยังคงใช้โดเมนเนมเดิมได้ต่อไป
    อักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมนเนม ได้แก่ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวเลข และ “-” (ยัติภังค์) คั่นด้วย “.” (มหัพภาค) โดยปกติ จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร และลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข มีความยาวตั้งแต่ 1 ถึง 63 ตัวอักษร ตัวอักษรตัวใหญ่ A – Z หรือตัวอักษรตัวเล็ก ถือว่าเหมือนกัน

    1 ไอพีแอดเดรส สามารถใช้โดเมนเนมได้มากกว่า 1 โดเมนเนม และหลายๆ โดเมนเนมอาจจะใช้ไอพีแอดเดรสเดียวกันได้

    การจดทะเบียนชื่อโดเมนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

    การจดทะเบียนโดเมนต่างประเทศ
    การจดทะเบียนโดเมนภายในประเทศ
    [แก้] การจดทะเบียนโดเมนต่างประเทศ1..com ใช้ทำเว็บไซต์ของบริษัท ห้างร้านโดยทั่วไป รวมทั้งเว็บไซต์ส่วนตัว และมีบางครั้งนำไปใช้ทำเว็บไซต์ (web site) ประเภทอื่นๆ ด้วย
    2..net ใช้ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์ค (network) ของคอมพิวเตอร์ หรือเว็บไซต์บริการอินเทอร์เน็ต แต่บางครั้งก็นำไปใช้ด้านอื่นด้วย
    3..org ใช้ทำเว็บไซต์ของส่วนราชการ บางครั้งก็มีการจดทะเบียนนำไปใช้กับเว็บไซต์ประเภทอื่นด้วย
    [แก้] หลักที่ใช้ในการตั้งชื่อโดเมน1.ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
    2.สามารถใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมกับตัวเลข หรือเครื่องหมายขีด (-) ได้
    3.ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ใช้ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้
    4.ห้ามใช้เครื่องหมายขีด (-) นำหน้าชื่อ domain
    5.ห้ามเว้นวรรคในชื่อโดเมน

    ยวัน

  11. นายชนานนท์ ทองทา ชั้น ม.3/8 เลขที่ 5
    ระบบชื่อโดเมน (Domain Name System) หรือ ดีเอ็นเอส (DNS) เป็นระบบการตั้งชื่อให้กับ “ทรัพยากรเครือข่าย” แต่ที่พบโดยทั่วไปคือการตั้งชื่อโฮสต์เพื่อใช้แทนไอพีแอดเดรส ดีเอ็นเอสเป็นระบบชื่อที่มีฐานข้อมูลแบบกระจาย โดยไม่มีหน่วยงานหรือสถาบันใดควบคุมหรือมีฐานข้อมูลเดี่ยวครอบคลุมทั้งอินเทอร์เน็ต แต่ละเครือข่ายในอินเทอร์เน็ตจะมีดีเอ็นเอสเซอร์ฟเวอร์เก็บรักษาฐานข้อมูลและบริหารข้อมูลอย่างอิสระ เพื่อให้ไคลเอ็นต์ขอบริการสอบถามข้อมูลตามแบบโปรโตคอลที่กำหนด ดีเอ็นเอสจึงเป็นทั้งระบบการตั้งชื่อและโปรโตคอลรวมอยู่ด้วยกัน

    เมื่อใช้ชื่อแทนไอพีแอดเดรสสำหรับเรียกใช้บริการหนึ่งๆ โปรแกรมประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับบริการนั้นจะใช้กลไกของระบบเพื่อแปลงชื่อไปเป็นไอพีแอดเดรส และนำไอพีแอดเดรสนั้นติดต่อไปยังคอมพิวเตอร์ปลายทางต่อไป

    การใช้งานในยุคต้น

    ในยุคแรกเริ่มของการใช้ชื่อทดแทนแอดเดรส ระบบฐานข้อมูลซึ่งเก็บชื่อเครื่องที่สมนัยกับไอพีแอดเดรสเป็นฐานข้อมูลเดี่ยว ฐานข้อมูลนี้ดูแลโดยศูนย์สารสนเทศเครือข่ายสถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด (Stanford Research Institute’s Network Information Center หรือ SRI-NIC) เครือข่ายใดที่ต้องการใช้ฐานข้อมูลจะต้องใช้โปรโตคอลถ่ายโอนแฟ้ม หรือ เอฟทีพี (FTP : File Transfer Protocol) เพื่อนำรายชื่อและแอดเดรสไปใช้งาน ฐานข้อมูลกลางจะปรับปรุงใหม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้แต่ละเครือข่ายถ่ายโอน ข้อมูลล่าสุดไปใช้ รูปแบบเช่นนี้เป็นวิธีปฏิบัติที่ไม่เป็นปัญหาในยุคต้นเนื่องจากจำนวนเครือ ข่ายและคอมพิวเตอร์จำกัดอยู่ในหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษา แต่เมื่อจำนวนเครือข่ายและคอมพิวเตอร์ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น กระบวนการถ่ายโอนเริ่มพบปัญหาอุปสรรคได้แก่

    * การปรับปรุงฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ไม่ตอบสนองกับอัตราการเพิ่มของคอมพิวเตอร์ได้อย่างทันท่วงที
    * ฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่มากขึ้น การถ่ายโอนใช้เวลาและใช้ช่องสัญญาณมากทำให้กระทบต่อการใช้งานอื่น
    * ฐานข้อมูลเดิมเก็บชื่อเป็นระดับเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาการจัดการเมื่อมีผู้ขอตั้งชื่อเหมือนกัน

    ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวคิดในการปรับปรุงระบบให้บริการชื่อเครื่องใหม่ ระบบการแปลงชื่อปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบอัตโนมัติที่ใช้วิธีการกระจายฐานข้อมูล มีโปรโตคอลสำหรับเชื่อมต่อฐานข้อมูลนั้นและปรับปรุงข้อมูลโดยอัตโนมัติ รูปแบบการตั้งชื่อมีโครงสร้างแบบลำดับชั้นป้องกันการตั้งชื่อซ้ำซ้อน ระบบดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของโปรโตคอล ดีเอ็นเอส (DNS : Domain Name System) หรือเรียกว่า ระบบชื่อโดเมน

    รูปแบบการเขียน

    การเขียนชื่อ คอมพิวเตอร์ประจำโดเมนใดๆจะเริ่มต้นจากชื่อเครื่องตามด้วยชื่อโดเมนย่อยที่ คั่นด้วยจุดและปิดท้ายด้วยจุดซึ่งแสดงถึงจุดบนสุดหรือเรียกว่า ราก (root)

    เครื่องหมายจุดเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ระบุว่าชื่อได้สิ้นสุดโดยไม่มีชื่อต่อท้ายอีก และเรียกชื่อชื่อนั้นว่าเป็นชื่อสัมบูรณ์ (absolute name) ทั้งนี้เพื่อป้องกันความสับสนกับชื่อที่เขียนแบบสัมพัทธ์

    รูปแบบการ เขียนชื่อคอมพิวเตอร์ที่ระบุทั้งชื่อเครื่องและชื่อโดเมนที่สังกัดเต็มรูป แบบโดยปิดท้ายด้วยเครื่องหมายจุดเป็นรูปแบบการเขียนที่สมบูรณ์ และเรียกชื่อที่เขียนในลักษณะนี้ว่า FQDN (Fully Qualified Domain Name)

    ประโยชน์จาก การใช้ชื่อตามโครงสร้างแบบนี้คือทำให้ชื่อในโดเมนหนึ่งจะมีได้เพียงชื่อ เดียวโดยไม่ซ้ำซ้อนกันไม่ว่าอินเทอร์เน็ตจะมีขนาดใหญ่เพียงใดหรือมีจำนวนโด เมนย่อยเท่าใด เพราะเครื่องที่อยู่ต่างโดเมนถึงแม้จะมีชื่อเครื่องหรือชื่อโดเมนย่อยเหมือน กัน หากแต่การสังกัดอยู่ในชื่อโดเมนระดับบนที่ต่างกันย่อมมี FQDN ที่แตกต่างกันและถือว่ามีชื่อต่างกัน
    ตัวอย่างเช่น

    http://www.name.co.th http://www.name.com

  12. ด.ช.จิรายุ สุวรรณศิลป์ ม.3/8 เลขที่4
    โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย
    ทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแลระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
    โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
    เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร

    โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

    ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
    1. โดเมน 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
    2. โดเมน 3 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ

    โดนเมนเนม 2 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น http://www.b2ccreation.com
    ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

    * .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
    * .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
    * .edu คือ สถาบันการศึกษา
    * .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .mil คือ องค์กรทางทหาร

    โดนเมนเนม 3 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น http://www.kmitnb.ac.th, http://www.nectec.or.th, http://www.google.co.th

    ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ

    * .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .ac คือ สถาบันการศึกษา
    * .go คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
    * .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร

    ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร

    * .th คือ ประเทศไทย
    * .cn คือ ประเทศจีน
    * .uk คือ ประเทศอังกฤษ
    * .jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
    * .au คือ ประเทศออสเตรเลีย

    โดนเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
    กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

    หลังจากจดโดนเมนเนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมานั้นก็คือ โฮสติ้ง (Hosting) หรือ ที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรานั้นเอง ซึ่งโฮสติ้งแต่ละที่จะมี DNS หรือ Name Server ที่ทางผู้ให้บริการโฮสติ้ง จะเป็นคนกำหนดและแจ้งให้เราทราบเพื่อเอาไปใส่ให้โดมเมเนมของเรา
    เช่น DNS ของ B2C Creation จะมีชื่อว่า NS1.B2CCREATION.COM และ NS2.B2CCREATION.COM ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
    เพราะถ้าคุณจด Domain Nameและใช้บริการโฮสติ้งกับผู้ให้บริการคนเดียวกันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ หรือแม้ว่าจะเป็นคนละคนกัน เพียงแค่นำ DNS ที่ได้ ไประบุให้กับโดเมนเนมนั้นตามที่ได้อธิบายไปแล้ว

    ส่วนเรื่องราคาในท้องตลาดบ้านเรามีหลากหลายราคาแล้วแต่จะเลือกจดโดเมน
    ตามความพอใจ

  13. ด.ช.วันจักรี วิโรจน์สกุล ม.3/7 เลขที่ 7

    ระบบชื่อโดเมน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    … .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  14. โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย
    ทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแลระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
    โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
    เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร

    โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

    ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
    1. โดเมน 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
    2. โดเมน 3 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ

    โดนเมนเนม 2 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น http://www.b2ccreation.com
    ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

    * .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
    * .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
    * .edu คือ สถาบันการศึกษา
    * .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .mil คือ องค์กรทางทหาร

    โดนเมนเนม 3 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น http://www.kmitnb.ac.th, http://www.nectec.or.th, http://www.google.co.th

    ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ

    * .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .ac คือ สถาบันการศึกษา
    * .go คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
    * .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร

    ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร

    * .th คือ ประเทศไทย
    * .cn คือ ประเทศจีน
    * .uk คือ ประเทศอังกฤษ
    * .jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
    * .au คือ ประเทศออสเตรเลีย

    โดนเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
    กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

    หลังจากจดโดนเมนเนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมานั้นก็คือ โฮสติ้ง (Hosting) หรือ ที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรานั้นเอง ซึ่งโฮสติ้งแต่ละที่จะมี DNS หรือ Name Server ที่ทางผู้ให้บริการโฮสติ้ง จะเป็นคนกำหนดและแจ้งให้เราทราบเพื่อเอาไปใส่ให้โดมเมเนมของเรา
    เช่น DNS ของ B2C Creation จะมีชื่อว่า NS1.B2CCREATION.COM และ NS2.B2CCREATION.COM ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
    เพราะถ้าคุณจด Domain Nameและใช้บริการโฮสติ้งกับผู้ให้บริการคนเดียวกันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ หรือแม้ว่าจะเป็นคนละคนกัน เพียงแค่นำ DNS ที่ได้ ไประบุให้กับโดเมนเนมนั้นตามที่ได้อธิบายไปแล้ว

    ส่วนเรื่องราคาในท้องตลาดบ้านเรามีหลากหลายราคาแล้วแต่จะเลือกจดโดเมน

  15. ด.ช.ภานุวัฒน์ แป้นจันทร์ ม.3/7 เลขที่ 18

    ระบบชื่อโดเมน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  16. เด็กหญิง ยุรากร เสนถี เลขที่31 ชั้นม.3/7
    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  17. เด็กหญิงรัตน์ชนก สืบดี เลขที่32 ชั้น ม.3/7

    ระบบชื่อโดเมน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  18. เด็กหญิง ณัฐวดี พรมเพ็ชร เลขที่25 ชั้นม.3/7
    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  19. ด.ช.สุทธิพงศ์ รอดขำ ม.3/7 เลขที่ 10
    ระบบชื่อโดเมน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร

    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    … .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ

    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย

    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  20. เด็กชายอธิวัฒน์ อู่ศิลปกิจ เลขที่11 ชั้นม.3/7

    ระบบชื่อโดเมน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  21. ด.ญ.วราภัทร คุ้มรักษ์ ม.3/7 เลขที่ 33

    ระบบชื่อโดเมน

    1.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามองค์กร
    ตอบ
    .com องค์กรธุรกิจการค้า (Commercial organizations)
    .edu สถาบันการศึกษา (Educational organizations)
    … .gov หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ (Government organizations)
    .int องค์กรนานาชาติ (International organizations)
    .mil หน่วยงานทางทหารของสหรัฐ (Military organizations)
    .net หน่วยงานเครือข่าย (Networking organizations)
    .org องค์กรจัดตั้ง (Organizations) เช่นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

    2.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนที่แบ่งตามประเทศ
    ตอบ
    .at ออสเตรีย
    .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย
    .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา
    .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์
    .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน
    .uk สหราชอาณาจักร

    3.ให้นักเรียนบอกชื่อโดเมนระดับที่ 2 ในประเทศไทย
    ตอบ
    1. .CO.TH หมายถึง Company Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับการพาณิชย์และธุรกิจ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ผู้จดโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    2. .AC.TH หมายถึง Academy Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอลงทะเบียนโดเมนเนมภายใต้หมวดหมู่นี้ จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    3. .OR.TH หมายถึง Organization Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
    4. .IN.TH หมายถึง Individual/Incorporation Thailand คือ เว็บไซต์เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลทั่วไป แบบใครขอก่อนได้ก่อน (first-come-first-serve)

  22. ด.ช. ปริญญา อยู่เอี่ยม 3/10 เลขที่ 43

    คือ คำสามัญที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้ทดแทนตัวเลขบอกตำแหน่งที่ตั้งของเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต ( IP Address ) เพื่อให้คนทั่วไปรู้จักและจดจำเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากตัวเลข IP Address นั้นจดจำได้ยากว่า โดยองค์การกลางที่ควบคุมการจดทะเบียน Domain Name คือ Internet Corporation for Assigned Names and Numbers ( ICANN ) ของสหรัฐอเมริกา

    ประเภทของ Domain Name
    Top Level Domain Name
    คือ Domain Name ที่สามารถจดได้ทั่วโลก สามารถเช็ครายชื่อที่ว่างอยู่ได้จากผู้ให้บริการ Hosting ทั่วไป หรือเข้าไปตรวจสอบโดยตรงได้ที่ http://www.internic.net/regist.html
    นามสกุลของ Domain Name จะแบ่งใช้ตามประเภทขององค์กร เช่น .mil จะใช้ได้เฉพาะกับหน่วยงานทางด้านการทหารของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น หรือ .gov จะใช้ได้เฉาพะกับหน่วยงานทางด้านการปกครองของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น เป็นต้น
    นามสกุลของ Top Level Domain Name อื่นๆ ที่พบบ่อย ได้แก่
    – .com ( Commercial )
    – .net ( Network )
    – .org ( Organization )
    จะพบว่านามสกุลอื่นๆ ของ Top Level Domain Name นั้นจะมีการใช้แพร่หลายทั่วไป โดยไม่ได้แบ่งตามประเภทขององค์กรมากนัก เนื่องจากคำนึงถึงความนิยมของผู้ใช้งานเป็นหลัก

    Local Domain Name
    คือ Domain Name ที่จดตามสังกัดของแต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทยนั้น ควบคุมโดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย และบริษัทที่ดูแลการจดทะเบียน Domain Name ภายใต้ .th คือ THNIC ( http://www.thnic.co.th ) ซึ่งข้อกำหนดในการจดทะเบียนแบบแรก นั่นคือ จะต้องมีการจดให้ตรงตามประเภทขององค์กร พร้อมทั้งมีหลักฐานในการยืนยันการจดทะเบียนด้วยได้แก่
    – ac.th หน่วยงานการศึกษา ( มาจากคำว่า Academic ) เงื่อนไขการขอจดทะเบียนคือ ต้องเป็นสถานศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัย
    – co.th หน่วยงานการค้า ( Commerce ) เงื่อนไขการขอจดทะเบียนคือ ต้องเป็นนิติบุคคล
    – in.th บุคคลหรือองค์การทั่วไป ( Individuals ) เงื่อนไขการขอจดทะเบียนคือ ต้องมีบัตรประชาชน
    – go.th หน่วยงานรัฐบาล ( Government ) ไม่เปิดรับจดทะเบียน
    – mi.th หน่วยงานทหาร ( Military ) ไม่เปิดรับจดทะเบียน
    – or.th หน่วยงานไม่แสวงผลกำไร ( Non – Profit Organization ) ไม่เปิดรับจดทะเบียน
    – net.th ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ( Internet Service Provider )

    ข้อกำหนดในการตั้งชื่อ Domain Name
    1. ชื่อ Domain จะต้องประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ ( ตัวพิมพ์ใหญ่ และตัวพิมพ์เล็กถือเป็นตัวเดียวกัน ) หรือตัวเลข ( 0 – 9 ) เท่านั้น
    2. สามารถใช้ตัวอักษรได้สูงที่สุดไม่เกิน 67 ตัวอักษร
    3. อักขระพิเศษ สามารถใช้ได้เพียงเครื่องหมาย ยติภังค์ เครื่องหมายขีดสั้นๆ ที่ใช้เชื่อมคำผสมหรือขีดกลางนั่นเอง ( – ) นอกจากนี้แล้วไม่สามารใช้อักขระพิเศษอื่นๆ ได้
    4. ห้ามเว้นวรรคระหว่างชื่อ
    5. ระยะเวลาในการจะทะเบียนเริ่มตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป และสามารถจดได้นานที่สุด 10 ปี และ สำหรับ Local Domain จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจากข้างต้นอีก ดังนี้
    5.1 แต่ละองค์การสามารถถือครองชื่อโดเมน ได้เพียง 1 ชื่อโดเมน ยกเว้น .in.th
    5.2 แต่ละองค์กรสามารถถือครองชื่อโดเมน .in.th ได้ตามจำนวนชื่อโดเมนที่ต้องการ ( ทั้งนี้ชื่อโดเมนจำเป็นต้องสอดคล้องกับนโยบายของ THNIC )
    5.3 สำหรับ .co.th แต่ละองค์กรสามารถถือครองชื่อโดเมนภายใต้ .co.th มากกว่า 1 ชื่อโดเมน ก็ต่อเมื่อองค์กรจดทะเบียนชื่อโดเมนภายใต้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการ ( ทั้งนี้ชื่อโดเมนจำเป็นต้องเป็นชื่อเต็ม หรือคำทับศัพท์ของเครื่องหมายการค้า/บริการ )

    หลักการคิดชื่อ Domain Name ที่ดี
    1. ชื่อโดเมนไม่ควรยาวเกินไป
    2. ชื่อจะต้องสามารถจดจำได้ง่าย สะกดผิดยากโดยเฉพาะชื่อโดเมนที่เป็นการเรียนแบบลักษณะคำอ่านของภาษาไทย ควรระมัดระวังไม่ให้สะกดยากจนเกินไปนัก เนื่องจากคำไทยบางคำ เมื่อแปลงเป็นภาษาอังกฤษแล้วอาจทำให้เกิดการสับสนระหว่างการจดจำได้หากต้องการใช้จริงๆ ควรใช้เป็นคำสั้นๆ ง่ายๆ เช่น pantip.com , sanook.com , kapook.com เป็นต้น
    3. ต้องสื่อความหมายทางธุรกิจ สอดคล้องกับสินค้าและบริการที่ทำการจดชื่อโดเมนนั้น ไม่ควรใช้เพียงแต่ชื่อบริษัทในการจดทะเบียนเท่านั้น แต่ควรให้มีคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการอยู่ด้วย เช่น หากทำเว็บไซต์เกี่ยวกับเพลง ก็ควรมีคำว่า music หรือ lyrics ประกอบอยู่ด้วย เพื่อช่วยให้ผู้เข้าทราบว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งสื่อได้ชัดเจนกว่าการใช้เพียงชื่อบริษัทอย่างเดียว

  23. ด.ช.กนกศักดิ์ พุฒแก้ว ชั้น ม. 3/10 เลขที่ 1
    ระบบชื่อโดเมน (Domain Name System)

    ระบบชื่อโดเมน (Domain Name System) หรือ ดีเอ็นเอส (DNS) เป็นระบบการตั้งชื่อให้กับ “ทรัพยากรเครือข่าย” แต่ที่พบโดยทั่วไปคือการตั้งชื่อโฮสต์เพื่อใช้แทนไอพีแอดเดรส ดีเอ็นเอสเป็นระบบชื่อที่มีฐานข้อมูลแบบกระจาย โดยไม่มีหน่วยงานหรือสถาบันใดควบคุมหรือมีฐานข้อมูลเดี่ยวครอบคลุมทั้งอินเทอร์เน็ต แต่ละเครือข่ายในอินเทอร์เน็ตจะมีดีเอ็นเอสเซอร์ฟเวอร์เก็บรักษาฐานข้อมูลและบริหารข้อมูลอย่างอิสระ เพื่อให้ไคลเอ็นต์ขอบริการสอบถามข้อมูลตามแบบโปรโตคอลที่กำหนด ดีเอ็นเอสจึงเป็นทั้งระบบการตั้งชื่อและโปรโตคอลรวมอยู่ด้วยกัน
    การใช้งานในยุคต้น
    * การปรับปรุงฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ไม่ตอบสนองกับอัตราการเพิ่มของคอมพิวเตอร์ได้อย่างทันท่วงที
    * ฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่มากขึ้น การถ่ายโอนใช้เวลาและใช้ช่องสัญญาณมากทำให้กระทบต่อการใช้งานอื่น
    * ฐานข้อมูลเดิมเก็บชื่อเป็นระดับเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาการจัดการเมื่อมีผู้ขอตั้งชื่อเหมือนกัน

    ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวคิดในการปรับปรุงระบบให้บริการชื่อเครื่องใหม่ ระบบการแปลงชื่อปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบอัตโนมัติที่ใช้วิธีการกระจายฐานข้อมูล มีโปรโตคอลสำหรับเชื่อมต่อฐานข้อมูลนั้นและปรับปรุงข้อมูลโดยอัตโนมัติ รูปแบบการตั้งชื่อมีโครงสร้างแบบลำดับชั้นป้องกันการตั้งชื่อซ้ำซ้อน ระบบดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของโปรโตคอล ดีเอ็นเอส (DNS : Domain Name System) หรือเรียกว่า ระบบชื่อโดเมน

    รูปแบบการเขียน

    การเขียนชื่อ คอมพิวเตอร์ประจำโดเมนใดๆจะเริ่มต้นจากชื่อเครื่องตามด้วยชื่อโดเมนย่อยที่ คั่นด้วยจุดและปิดท้ายด้วยจุดซึ่งแสดงถึงจุดบนสุดหรือเรียกว่า ราก (root)
    รูปแบบการ เขียนชื่อคอมพิวเตอร์ที่ระบุทั้งชื่อเครื่องและชื่อโดเมนที่สังกัดเต็มรูป แบบโดยปิดท้ายด้วยเครื่องหมายจุดเป็นรูปแบบการเขียนที่สมบูรณ์ และเรียกชื่อที่เขียนในลักษณะนี้ว่า FQDN (Fully Qualified Domain Name)

    ประโยชน์จาก การใช้ชื่อตามโครงสร้างแบบนี้คือทำให้ชื่อในโดเมนหนึ่งจะมีได้เพียงชื่อ เดียวโดยไม่ซ้ำซ้อนกันไม่ว่าอินเทอร์เน็ตจะมีขนาดใหญ่เพียงใดหรือมีจำนวนโด เมนย่อยเท่าใด เพราะเครื่องที่อยู่ต่างโดเมนถึงแม้จะมีชื่อเครื่องหรือชื่อโดเมนย่อยเหมือน กัน หากแต่การสังกัดอยู่ในชื่อโดเมนระดับบนที่ต่างกันย่อมมี FQDN ที่แตกต่างกันและถือว่ามีชื่อต่างกัน
    ตัวอย่างเช่น

    http://www.name.co.th http://www.name.com

    ระบบชื่อโดเมนในอินเทอร์เน็ต
    โดเมนรหัสประเทศ (country code domain)

    ชื่อโดเมนในกลุ่มนี้จะใช้รหัสประเทศที่ประกอบด้วยอักขระสองตัวตามมาตรฐาน ISO 3166-1 ชื่อโดเมนประเภทนี้จึงเรียกว่า ชื่อโดเมนระดับบนสุดตามรหัสประเทศ (Country Code Top Level Domains) หรือเขียนโดยย่อว่า ccTLDs ในปัจจุบันมี ccTLDs รวมทั้งสิ้น 244 ชื่อ ในจำนวนนี้มีเพียงสหราชอาณาจักรที่มิได้ใช้ชื่อย่อตามมาตรฐาน ISO 3166-1 กล่าวคือในมาตรฐาน ISO 3166-1 ใช้ gb แต่ชื่อโดเมนที่ใช้คือ .uk ตารางที่ 3 แสดงตัวอย่างชื่อโดเมนระดับบนสุดประจำประเทศ
    ตารางที่ 3 ตัวอย่างชื่อโดเมนประจำประเทศ

    โดเมน ชื่อประเทศ โดเมน ชื่อประเทศ
    .at ออสเตรีย .es สเปน
    .au ออสเตรเลีย .fr ฝรั่งเศส
    .ca แคนาดา .jp ญี่ปุ่น
    .ch สวิตเซอร์แลนด์ .kr เกาหลี
    .de เยอรมัน .uk สหราชอาณาจักร
    ชื่อโดเมนเนมภาษาไทย เป็นการจดทะเบียนชื่อโดเมนเนมด้วยตัวอักษรภาษาไทย ยกตัวอย่างเช่น โพลาร์.com เว็บ-โฮสติ้ง.com เป็นต้น ชื่อโดเมนเนมภาษาไทยนี้ เป็นมาตรฐานใหม่ ที่เรียกกันว่า IDN (Internationalized Domain Name) ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้งาน ได้อย่างสากล และมีเบราเซอร์ต่างๆ ที่รองรับการทำงาน ซึ่งเราเปิดรับจดทะเบียนโดเมนเนมลักษณะนี้ ใน 2 นามสกุล คือ .com และ .net
    ข้อดีของการใช้โดเมนเนมภาษาไทย

  24. ด.ช.นพดล ช่วยคิด ม.3/10 เลขที่13

    โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย
    ทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแลระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
    โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
    เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร

    โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

    ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
    1. โดเมน 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
    2. โดเมน 3 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ

    โดนเมนเนม 2 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น http://www.b2ccreation.com
    ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

    * .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
    * .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
    * .edu คือ สถาบันการศึกษา
    * .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .mil คือ องค์กรทางทหาร

    โดนเมนเนม 3 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น http://www.kmitnb.ac.th, http://www.nectec.or.th, http://www.google.co.th

    ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ

    * .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .ac คือ สถาบันการศึกษา
    * .go คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
    * .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร

    ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร

    * .th คือ ประเทศไทย
    * .cn คือ ประเทศจีน
    * .uk คือ ประเทศอังกฤษ
    * .jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
    * .au คือ ประเทศออสเตรเลีย

    โดนเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
    กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

    หลังจากจดโดนเมนเนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมานั้นก็คือ โฮสติ้ง (Hosting) หรือ ที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรานั้นเอง ซึ่งโฮสติ้งแต่ละที่จะมี DNS หรือ Name Server ที่ทางผู้ให้บริการโฮสติ้ง จะเป็นคนกำหนดและแจ้งให้เราทราบเพื่อเอาไปใส่ให้โดมเมเนมของเรา
    เช่น DNS ของ B2C Creation จะมีชื่อว่า NS1.B2CCREATION.COM และ NS2.B2CCREATION.COM ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
    เพราะถ้าคุณจด Domain Nameและใช้บริการโฮสติ้งกับผู้ให้บริการคนเดียวกันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ หรือแม้ว่าจะเป็นคนละคนกัน เพียงแค่นำ DNS ที่ได้ ไประบุให้กับโดเมนเนมนั้นตามที่ได้อธิบายไปแล้ว

  25. นาย จตรงค์ ใจดี ม.3/10 เลขที่4
    ชื่อโดเมน หรือ โดเมนเนม (domain name) คืออะไร

    โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย
    ทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแลระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
    โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
    เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร

    โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

    ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
    1. โดเมน 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
    2. โดเมน 3 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ

    โดนเมนเนม 2 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น http://www.b2ccreation.com
    ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

    * .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
    * .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
    * .edu คือ สถาบันการศึกษา
    * .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .mil คือ องค์กรทางทหาร

    โดนเมนเนม 3 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น http://www.kmitnb.ac.th, http://www.nectec.or.th, http://www.google.co.th

    ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ

    * .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .ac คือ สถาบันการศึกษา
    * .go คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
    * .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร

    ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร

    * .th คือ ประเทศไทย
    * .cn คือ ประเทศจีน
    * .uk คือ ประเทศอังกฤษ
    * .jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
    * .au คือ ประเทศออสเตรเลีย

    โดนเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
    กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

    หลังจากจดโดนเมนเนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมานั้นก็คือ โฮสติ้ง (Hosting) หรือ ที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรานั้นเอง ซึ่งโฮสติ้งแต่ละที่จะมี DNS หรือ Name Server ที่ทางผู้ให้บริการโฮสติ้ง จะเป็นคนกำหนดและแจ้งให้เราทราบเพื่อเอาไปใส่ให้โดมเมเนมของเรา
    เช่น DNS ของ B2C Creation จะมีชื่อว่า NS1.B2CCREATION.COM และ NS2.B2CCREATION.COM ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
    เพราะถ้าคุณจด Domain Nameและใช้บริการโฮสติ้งกับผู้ให้บริการคนเดียวกันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ หรือแม้ว่าจะเป็นคนละคนกัน เพียงแค่นำ DNS ที่ได้ ไประบุให้กับโดเมนเนมนั้นตามที่ได้อธิบายไปแล้ว

  26. ด.ช.ธานินทร์ โตงิ้ว เลขที่36 ม.3/10
    Domain Name คืออะไร

    คือ คำสามัญที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้ทดแทนตัวเลขบอกตำแหน่งที่ตั้งของเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต ( IP Address ) เพื่อให้คนทั่วไปรู้จักและจดจำเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากตัวเลข IP Address นั้นจดจำได้ยากว่า โดยองค์การกลางที่ควบคุมการจดทะเบียน Domain Name คือ Internet Corporation for Assigned Names and Numbers ( ICANN ) ของสหรัฐอเมริกา

    ประเภทของ Domain Name
    Top Level Domain Name
    คือ Domain Name ที่สามารถจดได้ทั่วโลก สามารถเช็ครายชื่อที่ว่างอยู่ได้จากผู้ให้บริการ Hosting ทั่วไป หรือเข้าไปตรวจสอบโดยตรงได้ที่ http://www.internic.net/regist.html
    นามสกุลของ Domain Name จะแบ่งใช้ตามประเภทขององค์กร เช่น .mil จะใช้ได้เฉพาะกับหน่วยงานทางด้านการทหารของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น หรือ .gov จะใช้ได้เฉาพะกับหน่วยงานทางด้านการปกครองของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น เป็นต้น
    นามสกุลของ Top Level Domain Name อื่นๆ ที่พบบ่อย ได้แก่
    – .com ( Commercial )
    – .net ( Network )
    – .org ( Organization )
    จะพบว่านามสกุลอื่นๆ ของ Top Level Domain Name นั้นจะมีการใช้แพร่หลายทั่วไป โดยไม่ได้แบ่งตามประเภทขององค์กรมากนัก เนื่องจากคำนึงถึงความนิยมของผู้ใช้งานเป็นหลัก

    Local Domain Name
    คือ Domain Name ที่จดตามสังกัดของแต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทยนั้น ควบคุมโดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย และบริษัทที่ดูแลการจดทะเบียน Domain Name ภายใต้ .th คือ THNIC ( http://www.thnic.co.th ) ซึ่งข้อกำหนดในการจดทะเบียนแบบแรก นั่นคือ จะต้องมีการจดให้ตรงตามประเภทขององค์กร พร้อมทั้งมีหลักฐานในการยืนยันการจดทะเบียนด้วยได้แก่
    – ac.th หน่วยงานการศึกษา ( มาจากคำว่า Academic ) เงื่อนไขการขอจดทะเบียนคือ ต้องเป็นสถานศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัย
    – co.th หน่วยงานการค้า ( Commerce ) เงื่อนไขการขอจดทะเบียนคือ ต้องเป็นนิติบุคคล
    – in.th บุคคลหรือองค์การทั่วไป ( Individuals ) เงื่อนไขการขอจดทะเบียนคือ ต้องมีบัตรประชาชน
    – go.th หน่วยงานรัฐบาล ( Government ) ไม่เปิดรับจดทะเบียน
    – mi.th หน่วยงานทหาร ( Military ) ไม่เปิดรับจดทะเบียน
    – or.th หน่วยงานไม่แสวงผลกำไร ( Non – Profit Organization ) ไม่เปิดรับจดทะเบียน
    – net.th ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ( Internet Service Provider )

    ข้อกำหนดในการตั้งชื่อ Domain Name
    1. ชื่อ Domain จะต้องประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ ( ตัวพิมพ์ใหญ่ และตัวพิมพ์เล็กถือเป็นตัวเดียวกัน ) หรือตัวเลข ( 0 – 9 ) เท่านั้น
    2. สามารถใช้ตัวอักษรได้สูงที่สุดไม่เกิน 67 ตัวอักษร
    3. อักขระพิเศษ สามารถใช้ได้เพียงเครื่องหมาย ยติภังค์ เครื่องหมายขีดสั้นๆ ที่ใช้เชื่อมคำผสมหรือขีดกลางนั่นเอง ( – ) นอกจากนี้แล้วไม่สามารใช้อักขระพิเศษอื่นๆ ได้
    4. ห้ามเว้นวรรคระหว่างชื่อ
    5. ระยะเวลาในการจะทะเบียนเริ่มตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป และสามารถจดได้นานที่สุด 10 ปี และ สำหรับ Local Domain จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจากข้างต้นอีก ดังนี้
    5.1 แต่ละองค์การสามารถถือครองชื่อโดเมน ได้เพียง 1 ชื่อโดเมน ยกเว้น .in.th
    5.2 แต่ละองค์กรสามารถถือครองชื่อโดเมน .in.th ได้ตามจำนวนชื่อโดเมนที่ต้องการ ( ทั้งนี้ชื่อโดเมนจำเป็นต้องสอดคล้องกับนโยบายของ THNIC )
    5.3 สำหรับ .co.th แต่ละองค์กรสามารถถือครองชื่อโดเมนภายใต้ .co.th มากกว่า 1 ชื่อโดเมน ก็ต่อเมื่อองค์กรจดทะเบียนชื่อโดเมนภายใต้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการ ( ทั้งนี้ชื่อโดเมนจำเป็นต้องเป็นชื่อเต็ม หรือคำทับศัพท์ของเครื่องหมายการค้า/บริการ )

    หลักการคิดชื่อ Domain Name ที่ดี
    1. ชื่อโดเมนไม่ควรยาวเกินไป
    2. ชื่อจะต้องสามารถจดจำได้ง่าย สะกดผิดยากโดยเฉพาะชื่อโดเมนที่เป็นการเรียนแบบลักษณะคำอ่านของภาษาไทย ควรระมัดระวังไม่ให้สะกดยากจนเกินไปนัก เนื่องจากคำไทยบางคำ เมื่อแปลงเป็นภาษาอังกฤษแล้วอาจทำให้เกิดการสับสนระหว่างการจดจำได้หากต้องการใช้จริงๆ ควรใช้เป็นคำสั้นๆ ง่ายๆ เช่น pantip.com , sanook.com , kapook.com เป็นต้น
    3. ต้องสื่อความหมายทางธุรกิจ สอดคล้องกับสินค้าและบริการที่ทำการจดชื่อโดเมนนั้น ไม่ควรใช้เพียงแต่ชื่อบริษัทในการจดทะเบียนเท่านั้น แต่ควรให้มีคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการอยู่ด้วย เช่น หากทำเว็บไซต์เกี่ยวกับเพลง ก็ควรมีคำว่า music หรือ lyrics ประกอบอยู่ด้วย เพื่อช่วยให้ผู้เข้าทราบว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งสื่อได้ชัดเจนกว่าการใช้เพียงชื่อบริษัทอย่างเดียว

  27. ด.ช.ทัตพงศ์ เอี่ยมมา เลขที่11 ม.3/10
    โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย
    ทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแลระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
    โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
    เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร

    โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

    ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
    1. โดเมน 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
    2. โดเมน 3 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ

    โดนเมนเนม 2 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น http://www.b2ccreation.com
    ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

    * .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
    * .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
    * .edu คือ สถาบันการศึกษา
    * .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .mil คือ องค์กรทางทหาร

    โดนเมนเนม 3 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น http://www.kmitnb.ac.th, http://www.nectec.or.th, http://www.google.co.th

    ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ

    * .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .ac คือ สถาบันการศึกษา
    * .go คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
    * .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร

    ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร

    * .th คือ ประเทศไทย
    * .cn คือ ประเทศจีน
    * .uk คือ ประเทศอังกฤษ
    * .jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
    * .au คือ ประเทศออสเตรเลีย

    โดนเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
    กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

    หลังจากจดโดนเมนเนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมานั้นก็คือ โฮสติ้ง (Hosting) หรือ ที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรานั้นเอง ซึ่งโฮสติ้งแต่ละที่จะมี DNS หรือ Name Server ที่ทางผู้ให้บริการโฮสติ้ง จะเป็นคนกำหนดและแจ้งให้เราทราบเพื่อเอาไปใส่ให้โดมเมเนมของเรา
    เช่น DNS ของ B2C Creation จะมีชื่อว่า NS1.B2CCREATION.COM และ NS2.B2CCREATION.COM ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
    เพราะถ้าคุณจด Domain Nameและใช้บริการโฮสติ้งกับผู้ให้บริการคนเดียวกันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ หรือแม้ว่าจะเป็นคนละคนกัน เพียงแค่นำ DNS ที่ได้ ไประบุให้กับโดเมนเนมนั้นตามที่ได้อธิบายไปแล้ว

    ส่วนเรื่องราคาในท้องตลาดบ้านเรามีหลากหลายราคาแล้วแต่จะเลือกจดโดเมน

  28. ด.ช.ปิยวัฒน์ รำมะนา ชั้น ม.3/10 เลขที่ 39

    โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย
    ทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแลระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
    โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
    เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร

    โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

    ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
    1. โดเมน 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
    2. โดเมน 3 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ

    โดนเมนเนม 2 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น http://www.b2ccreation.com
    ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

    * .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
    * .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
    * .edu คือ สถาบันการศึกษา
    * .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .mil คือ องค์กรทางทหาร

    โดนเมนเนม 3 ระดับ
    จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น http://www.kmitnb.ac.th, http://www.nectec.or.th, http://www.google.co.th

    ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ

    * .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .ac คือ สถาบันการศึกษา
    * .go คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
    * .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร

    ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร

    * .th คือ ประเทศไทย
    * .cn คือ ประเทศจีน
    * .uk คือ ประเทศอังกฤษ
    * .jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
    * .au คือ ประเทศออสเตรเลีย

    โดนเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
    กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

    หลังจากจดโดนเมนเนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมานั้นก็คือ โฮสติ้ง (Hosting) หรือ ที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรานั้นเอง ซึ่งโฮสติ้งแต่ละที่จะมี DNS หรือ Name Server ที่ทางผู้ให้บริการโฮสติ้ง จะเป็นคนกำหนดและแจ้งให้เราทราบเพื่อเอาไปใส่ให้โดมเมเนมของเรา
    เช่น DNS ของ B2C Creation จะมีชื่อว่า NS1.B2CCREATION.COM และ NS2.B2CCREATION.COM ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้
    เพราะถ้าคุณจด Domain Nameและใช้บริการโฮสติ้งกับผู้ให้บริการคนเดียวกันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ หรือแม้ว่าจะเป็นคนละคนกัน เพียงแค่นำ DNS ที่ได้ ไประบุให้กับโดเมนเนมนั้นตามที่ได้อธิบายไปแล้ว

    ส่วนเรื่องราคาในท้องตลาดบ้านเรามีหลากหลายราคาแล้วแต่จะเลือกจดโดเมน
    ตามความพอใจ

  29. ด.ช.สุทัศน์ ไกรทอง ชั้น 3/10 เลขที่ 41
    ชื่อโดเมน หรือ โดเมนเนม (อังกฤษ: domain name) หมายถึง ชื่อที่ใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์ (เช่น เป็นส่วนหนึ่งของที่อยู่เว็บไซต์ หรืออีเมลแอดเดรส) เพื่อไปค้นหาในระบบ โดเมนเนมซีสเทม เพื่อระบุถึง ไอพีแอดเดรส ของชื่อนั้นๆ เป็นชื่อที่ผู้จดทะเบียนระบุให้กับผู้ใช้เพื่อเข้ามายังเว็บไซต์ของตน บางครั้งเราอาจจะใช้ “ที่อยู่เว็บไซต์” แทนก็ได้

    โดเมนเนม หรือ ชื่อโดเมน เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ เนื่องจากไอพีแอดเดรสนั้นจดจำได้ยากกว่า และเมื่อการเปลี่ยนแปลงไอพีแอดเดรส ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสใหม่ ยังคงใช้โดเมนเนมเดิมได้ต่อไป
    อักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมนเนม ได้แก่ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวเลข และ “-” (ยัติภังค์) คั่นด้วย “.” (มหัพภาค) โดยปกติ จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร และลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข มีความยาวตั้งแต่ 1 ถึง 63 ตัวอักษร ตัวอักษรตัวใหญ่ A – Z หรือตัวอักษรตัวเล็ก ถือว่าเหมือนกัน

    1 ไอพีแอดเดรส สามารถใช้โดเมนเนมได้มากกว่า 1 โดเมนเนม และหลายๆ โดเมนเนมอาจจะใช้ไอพีแอดเดรสเดียวกันได้

    การจดทะเบียนชื่อโดเมนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

    การจดทะเบียนโดเมนต่างประเทศ
    การจดทะเบียนโดเมนภายในประเทศ
    [แก้] การจดทะเบียนโดเมนต่างประเทศ1..com ใช้ทำเว็บไซต์ของบริษัท ห้างร้านโดยทั่วไป รวมทั้งเว็บไซต์ส่วนตัว และมีบางครั้งนำไปใช้ทำเว็บไซต์ (web site) ประเภทอื่นๆ ด้วย
    2..net ใช้ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์ค (network) ของคอมพิวเตอร์ หรือเว็บไซต์บริการอินเทอร์เน็ต แต่บางครั้งก็นำไปใช้ด้านอื่นด้วย
    3..org ใช้ทำเว็บไซต์ของส่วนราชการ บางครั้งก็มีการจดทะเบียนนำไปใช้กับเว็บไซต์ประเภทอื่นด้วย
    [แก้] หลักที่ใช้ในการตั้งชื่อโดเมน1.ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
    2.สามารถใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมกับตัวเลข หรือเครื่องหมายขีด (-) ได้
    3.ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ใช้ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้
    4.ห้ามใช้เครื่องหมายขีด (-) นำหน้าชื่อ domain
    5.ห้ามเว้นวรรคในชื่อโดเมน

You're welcome. everyone , from Krunop.

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: